News Ticker

มาตรฐานการออกอากาศวิทยุดิจิตอล มีอะไรบ้าง

มาตรฐานการออกอากาศวิทยุดิจิตอล มีอะไรบ้าง

มาตรฐานการออกอากาศทีวีดิจิตอลจะช่วยให้เกิดบริการวิทยุดิจิตอลผ่านดาวเทียมหรือภาคพื้นดินขึ้นมาได้ ระบบการออกอากาศวิทยุดิจิตอลนั้นมักจะออกแบบมาเพื่อการรับฟังผ่านอุปกรณ์พกพา เนื่องจากมีขนาดเล็กพกพาสดวกกินไฟน้อย คล้ายๆกับทีวีแบบพกพา แต่จะไม่เหมือนกับกรณีระบบดิจิตอลทีวีซึ่งมักจะต้องการสายอากาศที่ต้องกำหนดทิศทางที่แน่นอน

ระบบวิทยุดิจิตอลบางแบบอาจจะให้บริการแบบ in-band on-channel (IBOC) ซึ่งอาจจะให้บริการพร้อมๆไปกับระบบวิทยุอนาลอกทั้ง AM หรือ FM ไปพร้อมๆกัน ในขณะที่บางระบบอาจจะได้รับการออกแบบสำหรับความถี่ที่เฉพาะเจาะจงลงไป

ซึ่งระบบหลังนี้จะทำให้คลื่นวิทยุนั้นสามารถนำส่งสัญญาณได้หลายช่องวิทยุ ด้วยอัตราบิทเรทที่แตกต่างกัน รวมถึงรูปแบบข้อมูลอื่นๆที่ส่งมาด้วย

ระบบการออกอากาศบางระบบอาจจะใช้ในลักษณะโครงข่ายความถี่เดียว Single-frequency network (SFN) นั่นหมายถึงระบบการออกอากาศภาคพื้นดินทุกเขตพื้นที่จะส่งสัญญาณที่ความถี่เดียวกัน โดยไม่มีปัญหาสัญญาณรบกวนในบริเวณรอยต่อของพื้นที่ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการใข้งานความถี่ให้สูงสุด

แม้การออกอากาศในระบบดิจิตอลนั้นจะให้ประโยชน์มากมาย แต่การเริ่มต้นนำมาใช้นั้นมีข้อจำกัดในแง่ของมาตรฐานและข้อด้อยหลายๆอย่าง

มาตรฐาน DAB ที่เรียกว่า Eureka 147 นั้นมาจากการประสานงานของ World DMB Forum ซึ่งมาตรฐานการออกอากาศวิทยุดิจิตอลนี้ได้ถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1980 และตอนนี้ก็มีการใช้งานอยู่ในหลายประเทศในยุโรป

เครื่องรับวิทยุดิจิตอล เริ่มมีการวางขายในราวปี 1999 และจนถึงปี 2006 ประชากรจำนวน 500 ล้านคนสามารถรับฟังวิทยุดิจิตอลได้แล้วหากมีเครื่องรับ แต่ถึงตอนนี้ยอดขายเครื่องรับก็เพิ่งกระเตื้องขึ้นเฉพาะในอังกฤษและเดนมาร์คเท่านั้น

ในช่วงปี 2006 มีสถานีวิทยุดิจิตอลออกอากาศประมาณ 1000 สถานี และก็มีข้อติติงในมาตรฐาน Eureka 147 ดังนั้นจึงได้เริ่มมีการกำหนดมาตรฐาน DAB+ ขึ้นมา

มาตรฐาน DRM ได้มีการใช้งานมาแล้วเป็นเวลาหลายปีในการออกอากาศระบบดิจิตอลในย่านความถี่ต่ำกว่า 30 MHz (คลื่นสั้น คลื่นกลาง และคลื่นยาว) และตอนนี้จะมีมาตรฐาน DRM+ ที่ทำให้สามารถออกอากาศในย่านความถี่สูงกว่า 30 MHz ได้ ทำให้ตอนนี้สามารถออกอากาศวิทยุดิจิตอลในย่านความถี่ FM ได้

การทดสอบ DRM+ เป็นไปอย่างราบรื่นในหลายๆประเทศในช่วง 2010-2012 เช่น บราซิล เยอรมัน ฝรั่งเศส อินเดีย อังกฤษ สโลวาเกีย อิตาลี

มาตรฐาน DRM+ นั้นถือว่าเป็นระบบที่ตรงไปตรงมาและใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน DAB+ จึงเหมาะที่จะเป็นตัวเลือกให้กับสถานีวิทยุท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเชิงธุรกิจหรือบริการสังคม แม้ระบบ DAB+ จะได้เริ่มมีการใช้งานในออสเตรเลีย แต่ทางรัฐบาลได้สรุปในปี 2011 ว่าระบบที่ชอบมากกว่าอย่าง DRM และ DRM+ อาจจะมีการนำมาใช้ควบคู่กันไปในบางท้องถิ่นหรือบางพื้นที่

ระบบการออกอากาศวิทยุดิจิตอลนั้นมีหลายประเด็นที่ยังเป็นข้อด้วยซึ่งไม่ปรากฏให้เห็นในกระบวนการเปลี่ยนผ่านทีวีจากอนาลอกเป็นทีวีดิจิตอลที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น
– ต้องใช้กำลังส่งมากกว่าเดิม 20 เท่า
– ผลของ Digital Cliff หรือการขาดหายของสัญญาณทันทีสำหรับการใช้ในภาวะเคลื่อนที่
– การเปลี่ยนช่องที่ทำได้ช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีมีการเปลี่ยนความถี่ในการส่ง DAB
– ต้นทุนในการส่งสัญญาณสูง บางครั้งทำให้สัญญาณแย่กว่าระบบ FM หรือแม้แต่ AM ในกรณีที่ใช้บิทเรทต่ำ
– การบีบอัดที่สูงขึ้นอาจจะได้เสียงที่ผิดเพี้ยนสำหรับคนที่ใช้เครื่องช่วยฟัง

ในกรณีของการใช้ระบบ มัลติเพลกและความถี่เดี่ยว (SFN) นั้นจะเป็นประโยชน์สำหรับวิทยุดิจิตอลของภาครัฐ หรือเอกชนที่ออกอากาศทั่วประเทศ แต่จะสิ่งเลวร้ายสำหรับกลุ่มวิทยุท้องถิ่น

หากเทียบกับทีวีดิจิตอลและทีวีระบบอนาลอกแล้ว ระบบทีวีแทบจะไม่มีข้อเสียใดๆ เนื่องจากระบบทีวีดิจิตอลนั้นสามารถใช้ set top box ได้ แต่ในระบบวิทยุดิจิตอลจะต้องมีการเปลี่ยนทั้งเครื่องไปเลย แต่ในบางกรณีอาจจะมีการใช้เครื่องรับวิทยุดิจิตอลแล้วแปลงเป็นสัญญาณวิทยุ FM แล้วเอามาใช้กับวิทยุเครื่องเดิมด้วยก็ได้

สรุปมาตรฐานวิทยุดิจิตอลเด่นๆ

– Digital Audio Broadcasting (DAB) มาจาก Eureka 147
– DAB+
– Digital Radio Mondiale (DRM)
– ISDB-T ใช้ในประเทศญี่ปุ่น และ อเมริกา
– HD Radio (IBOC) กลุ่มประเทศอาหรับ

Leave a comment

Your email address will not be published.


*